15 นาที บทเรียนที่ต้องศึกษาต่อ
เริ่มต้นใช้งาน Reader Revenue Manager
เพิ่มรายได้และการมีส่วนร่วม
ทำไมจึงต้องใช้ Reader Revenue Manager
Reader Revenue Manager เป็นแพลตฟอร์มแบบบริการตนเองที่ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับการเปิดตัวการสมัครสมาชิกหรือการสนับสนุน ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องมีทักษะด้านการเขียนโปรแกรม
Reader Revenue Manager จะช่วยให้ทำสิ่งต่อไปนี้ได้
- รับการสมัครสมาชิกหรือการสนับสนุนได้ใน 2 คลิก
- ตั้งค่าการลงชื่อสมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรวบรวมอีเมล
- กระตุ้นการเข้าชมและเสริมสร้างมูลค่าของแบรนด์ของคุณ
- เชื่อมสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายได้ในแบบที่คุณต้องการ
- สมาชิกไม่ต้องยุ่งยากใจในการใช้เพย์วอลล์
ตั้งค่าการสมัครสมาชิกหรือการสนับสนุน
- ไปที่ศูนย์ผู้เผยแพร่เนื้อหา
- เลือก Reader Revenue Manager
- Select Subscriptions or Contributions
- เลือกหรือสร้างโปรไฟล์การชำระเงิน
- ในส่วนสร้างการกำหนดราคาสำหรับเนื้อหา ให้ทำดังนี้
- For subscriptions: enter the details for your subscription plan, including the name, billing period, trial period, price, and up to 3 benefits & click Next
- สำหรับการสนับสนุน ให้ป้อนจำนวนเงินที่สนับสนุนแบบครั้งเดียว 3 รายการ จำนวนที่สนับสนุนแบบรายเดือน 3 รายการ และสิทธิประโยชน์ 3 ประการที่จะแสดงในข้อความแจ้งของการสนับสนุน แล้วคลิกบันทึก
- สร้างป้ายกำกับที่กำหนดเองสำหรับแพ็กเกจการสมัครสมาชิกหรือการสนับสนุน
- คลิกถัดไป
- ในส่วนสรุปการกำหนดราคา ให้เปลี่ยน "ฉบับร่าง" เป็น "เผยแพร่" เมื่อพร้อมแล้ว
- เพิ่มข้อมูลโค้ดในเว็บไซต์
- ยอมรับข้อกำหนดในการให้บริการ
แนวทางปฏิบัติแนะนำสำหรับการสมัครสมาชิก
โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้อ่านใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีบนหน้า Landing Page ของการสมัครสมาชิก ดังนั้นการทำให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายจึงเป็นสิ่งสำคัญ
💡แนวทางปฏิบัติแนะนำ
- เสนอ 3 ตัวเลือก
- ระบุตัวเลือกที่ดีที่สุดเป็นอันดับที่ 2
- เสนอส่วนลดสำหรับการสมัครสมาชิกรายปี
- ระบุเงื่อนไข "ยกเลิกได้ทุกเมื่อ" เป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์
- เสนอจดหมายข่าวเป็นสิทธิประโยชน์จากการสมัครสมาชิก
- เสนอประสบการณ์การใช้งานแบบไม่มีโฆษณาเป็นสิทธิประโยชน์จากการสมัครสมาชิก
- เสนอช่วงทดลองใช้
- เปรียบเทียบค่าสมัครสมาชิกของคุณกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ซึ่งอยู่ที่ประมาณ $10 USD ต่อเดือน
- ประมาณรายได้จากผู้อ่านด้วยเครื่องคำนวณรายได้จากผู้อ่าน
Looking for more best practices? Check out our Launch your Subscription lesson.
แนวทางปฏิบัติแนะนำสำหรับการสนับสนุน
ผู้บริจาคตามรอบบริจาคมากขึ้น 42% ต่อปีเมื่อเทียบกับผู้บริจาคแบบครั้งเดียว
💡แนวทางปฏิบัติแนะนำ
- เพิ่มรูปภาพชุมชนของคุณในหน้าการบริจาค
- เพิ่มสถานะภาษีของคุณลงในหน้าการบริจาค
- บอกให้ผู้มีโอกาสบริจาคทราบถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่บริจาค เช่น จะได้รับใบเสร็จ
- ส่งรายงานประจำปีพร้อมผลลัพธ์ ข้อมูลด้านการเงิน และข้อความขอบคุณผู้บริจาค
- สร้างหน้ารายงานประจำปีบนเว็บไซต์ของคุณ
- แสดงรายงานประจำปีไว้ในรายการสิทธิประโยชน์
- เสนอทางเลือกสำหรับการบริจาคตามรอบแบบรายเดือน
- ส่งอีเมลขอบคุณหลังการบริจาคแต่ละครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริจาคตามรอบ
- บอกเล่าถึงผลลัพธ์ขององค์กรให้ผู้บริจาคทราบในจดหมายข่าวรายเดือน
คุณจะให้คะแนนบทเรียนนี้อย่างไร
ความคิดเห็นของคุณจะช่วยให้เราปรับปรุงบทเรียนได้อย่างต่อเนื่อง
ตอบคำถามนี้เพื่อจบบทเรียน
ตัวเลือกการสมัครสมาชิกหรือการสนับสนุนข้อใดส่งผลให้มีรายได้มากที่สุด
ทำแบบทดสอบเสร็จสมบูรณ์
ยินดีด้วย คุณทำสำเร็จแล้ว
เริ่มต้นใช้งาน Reader Revenue Manager
ทบทวนบทเรียนแล้วลองอีกครั้ง
ใช่ กำลังดำเนินการอยู่
แนะนำสำหรับคุณ
-
How to make them using makestories.io
บทเรียนmakestories.io is a platform specially created to help people make, publish, and monetize Google Web Stories. It’s free, and it can be used with any content management system. Here are the basics of how to get started with makestories.io. -
ทำให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมอยู่เสมอด้วย Core Web Vitals
บทเรียนสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้ที่มีคุณภาพบนเว็บไซต์ข่าวของคุณ -