ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ไปที่แดชบอร์ด
หากไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากตรงไหน ลองทำแบบทดสอบสั้นๆ เพื่อรับคำแนะนำที่ปรับให้เหมาะกับคุณ
บทเรียนที่ 1 จาก 6
ใช้ Google Trends จัดการข้อมูลการเมืองอย่างครอบคลุม
5 นาที บทเรียนที่ต้องศึกษาต่อ

ใช้ Google Trends จัดการข้อมูลการเมืองอย่างครอบคลุม

image27_1_m4XKLu5.png
ในโมดูลนี้ เราจะดูวิธีใช้ Google Trends เพื่อวิเคราะห์การค้นหาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองโดยเฉพาะ
image27_1_m4XKLu5.png

ภาพรวมเกี่ยวกับบทเรียน

image16_wIrYHcY.png

การใช้ Google Trends เป็นเครื่องมือสำหรับพื้นที่ข่าวการเมือง


 ขณะที่นักข่าวรายงานเรื่องการหาเสียงเลือกตั้ง พวกเขาสามารถใช้เครื่องมือ Google Trends เพื่อดูว่าผู้คนกำลังค้นหาหัวข้ออะไรมากที่สุด โดยนักข่าวสามารถแสดงภาพข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตนที่จัดทำเป็นดัชนีจากแต่ละประเทศและบางภูมิภาคโดยเฉพาะ 

หากคุณไม่คุ้นเคยกับเครื่องมือ Google Trends สาธารณะ โปรดศึกษา “Basics of Google Trends” ก่อนจะเริ่มบทเรียนนี้ เราจะใช้ทักษะเหล่านั้นเป็นพื้นฐานเพื่อดูรายละเอียดวิธีทำให้การค้นหาเรื่องการเมืองที่กำลังมาแรงปรากฏขึ้น


  1. ทบทวนพื้นฐาน
  2. ข้อความและหัวข้อเพื่อข้อมูลที่มีประโยชน์
  3. ดูข้อมูลให้เป็นกลุ่มก้อนขึ้นโดยใช้หมวดหมู่
  4. จริงๆ แล้ว ข้อมูลนี้หมายถึงอะไรกันแน่
  5. แหล่งข้อมูล Trends เพิ่มเติม


ดูบทเรียนเพิ่มเติมได้ที่

newsinitiative.withgoogle.com/training

image16_wIrYHcY.png

ทบทวนพื้นฐาน

คุณสามารถสำรวจข้อมูล Google Trends โดยใช้ Trends Explore tool ฟรี สำรวจเครื่องมือได้โดยเริ่มพิมพ์ข้อความค้นหาลงในช่อง สำหรับแบบฝึกหัดนี้ เราจะสำรวจการค้นหาพรรคการเมืองหลักๆ ทั่วโลก


เริ่มด้วยการค้นหาพรรค New Democratic Party ของแคนาดา เริ่มพิมพ์ชื่อพรรคลงในช่องค้นหา จากนั้นรายการแบบเลื่อนลงควรจะปรากฏขึ้นเลือกหัวข้อ New Democratic Party จากรายการนี้หัวข้อต่างๆ คือวิธีที่เชื่อถือได้มากที่สุดในการวิเคราะห์ข้อมูล Google Trends ซึ่งจะดึงข้อมูลมาทั้งวลีที่ถูกต้อง แบบที่สะกดผิด ตลอดจนตัวอักษรย่อ และครอบคลุมหมดทุกภาษา ตัวอย่างเช่น จะมีทั้ง “New Democratic Party” และ “NDP”


เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างระหว่างหัวข้อกับข้อความค้นหา explore a search term and a topic with the same titleสองเวอร์ชันนั้นดูต่างกันเพราะในหัวข้อมีการค้นหา “NDP” ด้วย แต่ไม่มีในเวอร์ชันข้อความค้นหา ดูให้แน่ใจว่าคุณได้ใช้หัวข้อการค้นหาเมื่อทำได้


กราฟอนุกรมเวลาเป็นสิ่งแรกที่คุณจะเห็นเมื่อป้อนข้อความใน Trends Explore เลื่อนเมาส์ไปบนกราฟเพื่อดูความสนใจในการค้นหาตามช่วงเวลา จากตัวเลข 1-100


ไม่ว่าคุณจะเลือกช่วงวันที่ ตำแหน่ง หรือหัวข้อใดก็ตามในการค้นหาของคุณ ค่าสูงสุดในชุดข้อมูล Trends จะเป็น 100 เสมอ ตัวอย่างเช่น ดูความสนใจในการค้นหาพรรค CDU ของเยอรมนี since 2004, in 2017, และ compared to the SPDพวกนี้คือค่าความสนใจในการค้นหาที่จัดทำเป็นดัชนี ในอัตราส่วน 1-100 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้ โปรดดูพื้นฐานการใช้งาน Google Trends


ใต้กราฟอนุกรมเวลา คุณจะเห็นแผนที่ระบายสีอ่อนและเข้มที่แสดงถึงความสนใจในการค้นหาในหัวข้อของคุณแยกตามตำแหน่ง มาดู Germany’s CDU in 2017 กันอีกครั้งดีกว่าผลลัพธ์แบ่งออกเป็นภูมิภาค ด้านซ้าย มีการระบายสีภูมิภาคตามความสนใจในการค้นหา และยังจัดอันดับตามความสนใจในการค้นหาไว้ด้านขวาด้วย เช่นเคย ตัวเลขทั้งหมดจัดทำเป็นดัชนีในอัตราส่วน 1-100


สลับเป็นข้อมูลระดับเมืองโดยใช้เมนูด้านขวาบนของวิดเจ็ต ทีนี้แผนที่จะแสดงเป็นจุดๆ และการระบายสียังคงเป็นไปตามความสนใจในการค้นหาบางประเทศมีตัวเลือกให้คุณจัดระเบียบผลลัพธ์ตามพื้นที่เมืองใหญ่ได้ด้วย โดยทำได้ในสหรัฐฯ และฝรั่งเศส เป็นต้น


ดูข้อความค้นหาและหัวข้อที่เกี่ยวข้องด้านล่างหน้า Trends Exploreซึ่งจะแสดงข้อมูล “ที่เพิ่มขึ้น” โดยอัตโนมัติ การค้นหาที่เพิ่มขึ้น หมายถึงมีความสนใจในการค้นหาเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันก่อนหน้าด้านขวาบนของวิดเจ็ต คุณสามารถสลับเป็นการค้นหา “ยอดนิยม” ที่เกี่ยวข้อง พวกนี้จะเป็นการค้นหาหรือหัวข้อที่มีปริมาณการค้นหาสูงสุดในกรอบเวลาและตำแหน่งที่เลือก


คุณสามารถสำรวจข้อมูลการค้นหาได้สูงสุด 5 หัวข้อในเครื่องมือ Trends Explore ตรงนี้เราใส่เป็น four key political parties in Mexicoนอกจากการจัดอันดับความสนใจในการค้นหาพรรคต่างๆ ในระยะเวลาหนึ่งแล้ว คุณสามารถเปรียบเทียบตามภูมิภาค และดูการค้นหายอดนิยมสำหรับแต่ละพรรคได้ด้วย

ข้อความและหัวข้อเพื่อข้อมูลที่มีประโยชน์

image27_1.png

เมื่อคุณมั่นใจพื้นฐานการใช้งาน Google Trends Explore แล้ว คุณก็เริ่มสำรวจการค้นหาเรื่องการเมืองโดยละเอียดได้ ด้านล่างนี้คือข้อความค้นหาและหัวข้อที่ทีมดูแลข้อมูลของ Google News Lab ใช้เป็นประจำในช่วงเลือกตั้งเพื่อเรียกดูข้อมูลแนวโน้มด้านการเมืองที่ใช้ประโยชน์ได้


  • ข่าว
  • Polls
  • คำแถลงนโยบาย คำปราศรัย หรือนโยบาย
  • “ทำไมต้องเลือก” + พรรค
  • สุนทรพจน์ การชุมนุม
image27_1.png

ดูข้อมูลให้เป็นกลุ่มก้อนขึ้นโดยใช้หมวดหมู่

บางครั้งการค้นหาหัวข้อเดียวโดยเฉพาะอาจทั้งกว้างและเจาะจงเกินไป ต่อไป เราจะพูดถึงการจัดกลุ่มข้อมูลการค้นหาตามหมวดหมู่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องมากขึ้น 


เริ่มจากดูความสนใจในการค้นหา health in the UK in 2019สุขภาพเป็นประเด็นสำคัญที่จะพูดถึงในการเมืองอังกฤษ แต่อาจไม่มีการค้นหาหัวข้อสุขภาพอย่างชัดเจนเสมอไปในบริบททางการเมือง ผู้ใช้อาจแค่กำลังมองหาหมอในพื้นที่ เราทำให้ดีขึ้นได้โดยใช้หมวดหมู่


ในหน้าผลลัพธ์ เหนือกราฟเส้น มีเมนูแบบเลื่อนลงที่มีป้ายกำกับว่า “หมวดหมู่ทั้งหมด” ให้คลิกที่ลูกศรเพื่อดูรายชื่อหมวดหมู่คุณจะคลิกไปตามหมวดหมู่หลักเพื่อสำรวจรายการทั้งหมด หรือพิมพ์ชื่อหมวดหมู่เพื่อปรับปรุงตัวเลือกก็ได้ ถ้าพิมพ์ “การเมือง” คุณจะเห็นว่ามีหมวดหมู่ต่างๆ เกี่ยวกับการเมืองให้เลือก


เลือกหมวดหมู่หลัก “การเมือง” ตอนนี้คุณจะเห็น results for health ที่เกี่ยวกับการเมือง ทีนี้ทั้งกราฟเส้นและหัวข้อที่เกี่ยวข้องดูค่อนข้างจะต่างออกไปแล้ว!


เลื่อนขึ้นไปด้านบนสุดของหน้าแล้วเลื่อนเมาส์ไปวางในช่องที่คุณเลือกหัวข้อสุขภาพ คลิกเมนูแล้วเลือก “ลบออก”ทีนี้คุณจะสามารถดูรายละเอียด results in the politics category ในช่วงเวลาใดก็ได้นอกเหนือจาก 14 วันล่าสุดนี่เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์โดยเฉพาะสำหรับหาข้อมูลภาพรวมกว้างๆ ของข้อความและหัวข้อเรื่องการเมืองที่มีการค้นหามาก

จริงๆ แล้ว ข้อมูลนี้หมายถึงอะไรกันแน่

image16_2GuecA6.png

มีหลายวิธีที่จะนำข้อมูลจาก Google Trends ไปใช้


หากจะนำแนวโน้มด้านการเมืองไปพิจารณาในมุมมองต่างๆ คุณสามารถเปรียบเทียบระดับความสนใจในการค้นหากับหัวข้อที่มีการค้นหามากอยู่เสมอ ซึ่งต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่มักจะประกอบด้วยข่าว ลมฟ้าอากาศ สูตรอาหาร ภาพยนตร์ ประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรี และกีฬายอดนิยมบางอย่าง


ที่สำคัญมากๆ คือต้องจำให้ได้ว่า Google Trends ไม่สามารถทดแทนข้อมูลจากการสำรวจ ความสนใจในการค้นหาไม่ได้แสดงถึงเจตนาของผู้ลงคะแนน ผู้ใช้ Google อาจค้นหาพรรคหรือนักการเมืองเพราะเหตุผลใดก็ได้ต่างๆ นาๆ โดยไม่มีเจตนาจะโหวตให้พวกเขา ข้อมูล Trends เพียงแต่บ่งบอกว่าผู้ใช้ Google อยากรู้เรื่องอะไรเพิ่มเติม

image16_2GuecA6.png

แหล่งที่มาของข้อมูลเทรนด์เพิ่มเติม

เราหวังว่าตอนนี้คุณรู้สึกมีอำนาจในการวิเคราะห์แนวโน้มของ Google ทั่วการเมืองสำหรับตัวคุณเอง แต่เช่นเดียวกับการบำรุงรักษาเครื่องมือสาธารณะ Google News Lab มีชุดของทรัพยากรอื่น ๆ ที่คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลการค้นหา


ในบางประเทศ ทีมข้อมูลของ Google News Lab จัดทำหน้า Trends เกี่ยวกับหัวข้อข่าวบางอย่างไว้โดยเฉพาะด้วย เช่น วันหยุดราชการ หรือการเลือกตั้งเข้าถึงหน้าเหล่านี้ได้โดยเลื่อนลงในหน้าแรกของ Trends จนถึงใต้แถบค้นหา เหนือ “มาแรงในช่วงนี้”


นอกจากนี้ Google News Lab ยังดูแล Trends data store ด้วย ซึ่งมีการอัปโหลดชุดข้อมูลใหม่ๆ เป็นประจำ ตามข่าวและเหตุการณ์ปัจจุบัน คุณสามารถดาวน์โหลดชุดข้อมูลเหล่านี้เป็นไฟล์ csv แล้วใช้จัดทำรายงานของคุณ


คุณสามารถติดตาม Google Trends on Twitter เพื่อรับข่าวอัปเดตเป็นประจำเกี่ยวกับข้อมูลล่าสุดจากทีมข้อมูล News Lab ของเรา


สุดท้าย ถ้ามีคำขอที่เฉพาะเจาะจง คุณสามารถติดต่อทีม News Lab ได้ เราทำงานกับนักข่าวเป็นประจำเพื่อรวบรวมรายชื่อพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และประเด็นทางการเมืองต่างๆ ที่คนนิยมค้นหา ในช่วงเลือกตั้ง เรามักส่งจดหมายข่าวให้ข้อมูลเป็นประจำด้วยเพื่ออัปเดตข้อมูลด้านการเมือง โปรด contact us เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยินดีด้วย คุณทำสำเร็จแล้ว ใช้ Google Trends จัดการข้อมูลการเมืองอย่างครอบคลุม in progress
Recommended for you
คุณจะให้คะแนนบทเรียนนี้อย่างไร
ความคิดเห็นของคุณจะช่วยให้เราปรับปรุงบทเรียนได้อย่างต่อเนื่อง
ออกและยอมให้ความคืบหน้าหายไปใช่ไหม
หากออกจากหน้านี้ ความคืบหน้าทั้งหมดในบทเรียนปัจจุบันของคุณจะหายไป คุณแน่ใจหรือไม่ว่าต้องการดำเนินการต่อและยอมให้ความคืบหน้าหายไป